วัดเจดีย์เหลี่ยม หรือ วัดกู่คำหลวงเวียงกุมกามภิรารมณ์ เชียงใหม่ เป็นวัดเก่าแก่เป็นสถานที่ทางโบราณสถาน ผมไม่มีข้อมูลอะนะ แต่ก็หาข้อมูลเพิ่มเติมให้แล้วข้างล่างนี้

ข้อมูลจาก http://www.chiangmai-thailand.net/temple/jedee-liam/jedee-liam.html

วัดเจดีย์เหลี่ยม (กู่คำหลวง) สร้างขึ้นในสมัยพญามังรายปฐมกษัตริย์ผู้สถาปนาเมืองเชียงใหม่
ชื่อดั้งเดิมของพระเจดีย์เหลี่ยมเรียกกันว่า
“กู่คำหลวง”
ประวัติความเป็นมาของพระเจดีย์เหลี่ยมหรือกู่คำหลวง
มีที่มาจากหลักฐานเอกสารหลายฉบับด้วยกันที่สำคัญ ได้แก่ ตามหลักฐาน
เอกสารตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่และโคลงนิราศหริภุญชัย
กล่าวถึงวัดนี้ว่าแต่เดิมชื่อ วัดกู่คำ กู่ หมายถึง พระเจดีย์ คำ หมายถึง ทองคำ
ที่พญามังรายปฐมกษัตริย์ของแคว้นล้านนาทรงโปรดให้ก่อสร้างสถาปนาขึ้นเมื่อ พ. ศ. ๑๘๓๑
ตามข้อความในตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ และพงศาวดารโยนกตรงกันดังนี้

“เจ้ามังรายจึงหื้อไปเอาดินหนองต่าง มาก่อเจดีย์กู่คำไว้ในกุมกาม ให้เป็นที่บูชาแก่ชาวบ้านเมืองทั้งหลาย
เมื่อจุลศักราช ๖๕๐ (พ.ศ.๑๘๓๑) ปีชวด สัมฤทธิศก….”
พิจารณาว่าน่าจะเป็นวัดที่พญามังราย โปรดให้สร้างอุทิศแด่พระมเหสี ศิลาจารึกหลักที่ พย. ๒๑
จารึกสถานที่ประดิษฐานพระธาตุ จ.ศ. ๘๘๕ – ๘๙๐ (พ.ศ. ๒๐๖๖ – ๒๐๗๑) อักษรล้านนา
หินทรายสีแดงรูปใบเสมาหักชำรุดอยู่ที่ วัดศรีโสมคำ ตำบลในเวียง อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา
มีตัวอักษรปรากฏอยู่ด้านเดียว จำนวนไม่น้อยกว่า ๘ บรรทัด ในบรรทัด ๕ อ่านได้ความว่า

“กู่คำกูมกามไว้ธาตุดู (ก) คางขวา ไว้ธาตุมือขวาทั้งมวลใต้มหาเจดีย์หลวงเชียง (ใหม่)”

ในบรรทัดที่ ๕ ของจารึกดังกล่าว ระบุไว้ชัดเจนว่าพระเจดีย์เวียงกูมกาม (กุมกาม)
เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุส่วนกระดูกกรามข้างขวาของพระพุทธเจ้า
ซึ่งน่าจะเป็นความเชื่อดั้งเดิมของผู้คนในล้านนาที่มีมานานแล้วก่อนพุทธ ศตวรรษที่ ๒๑
โคลงนิราศหริภุญชัย เป็นเอกสารร่วมสมัยล้านนาในพุทธศตวรรษที่ ๒๑ ซึ่งประเสริฐ ณ นคร
สันนิษฐานว่าเรื่องนี้ น่าจะจดไว้เป็นตำนานเมื่อราวพุทธศักราช ๒๐๖๐
เป็นการบรรยายชมสถานที่วัดวาอารามตามระยะทางจากเมืองเชียงใหม่ผ่านเวียงกุมกาม
เพื่อไปมนัสการพระธาตุหริภุญชัยที่เมืองลำพูน (หริภุญชัย)

โดยผู้ประพันธ์เดินทางออกจากเมืองเชียงใหม่ผ่านวัดพระสิงห์แวะไหว้พระพุทธสิหิงค์
ผ่าน วัดทุงยู วัดศรีเกิด วัดผาเกียร (ชัยพระเกียรติ) ผ่านข้างกุฏาราม (เจดีย์หลวง) วัดอูปแป้น
ไหว้หอพญามังราย และวัดเจดีย์หลวง ไหว้พระอัสฐารส
ไหว้พระเจ้าแก้วมรกตและยักขราชกุมภัณฑ์คู่ผ่า วัดเจ็ดลิน วัดฟ่อนสร้อย และ วัดเชียงสง
ออกทางประตูเชียงใหม่ จากนั้นเดินทางผ่าน วัดพันง้อม วัดกุฏีคำ (ธาตุคำ) วัดน่างรั้ว (ยางกวง)
ผ่านประตูเมืองชั้นที่สอง ชมเกวียนผ่านอุทยาน ถึงเวียงกุมกาม วัดกู่คำ (วัดเจดีย์เหลี่ยม)
ไปยังเมืองลำพูน ในโคลงบทที่ ๔๕ กล่าวพรรณนาลักษณะของ “กู่คำ” หรือพระเจดีย์เหลี่ยมดังนี้

การซ่อมบูรณะพระบรมธาตุเจดีย์ วัดเจดีย์เหลี่ยม (กู่คำ) ได้รับการซ่อมบูรณะในปี พ.ศ. ๒๔๔๕
โดยพญามังรายตะก่า – หม่องปันโย
ที่ต่อมาได้รับการแต่งตั้งเป็นหลวงโยนการวิจิตรต้นสกุลพระราชทานอุปโยคิน
ผู้เป็นคหบดีค้าไม้ชาวพม่าที่ได้รับช่างสัมปทาน ตัดชักไม้สักในเขตภาคเหนือของ
บริษัทบอมเบย์ – เบอร์มาร์และบริษัทบอร์เนียวในสมัยตอนปลายรัชกาลที่ ๕
และตั้งบ้านเรือนใช้เป็นที่ทำการด้วยที่หัวฝายท่าวังตาล บนฝั่งตะวันออกแม่น้ำปิง
หรือทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ในเขตละแวกใกล้เคียงกันกับวัด ส่วนเครื่องยอดพระบรมธาตุเจดีย์
วัดเจดีย์เหลี่ยม (กู่คำ) ทำเป็นแบบเจดีย์จำลองลดชั้นทรงสี่เหลี่ยม ๓ ชั้น
รองรับส่วนปลียอดลักษณะบัวทรงสี่เหลี่ยม ยอดประดับฉัตรโลหะลายฉลุปิดทอง
สันหลังคาด้านหลังมีเครื่องยอดตกแต่ง เป็นครีบรูปสามเหลี่ยมปั้นปูนเป็นลายไม้ – ดอกไม้
ที่กรอบซุ้มทำเป็นแบบบัวสี่เหลี่ยม ๒ ตอน คั่นด้วยชั้นลูกแก้วรองรับส่วนปลีสี่เหลี่ยม
ที่ตกแต่งลายปูนปั้นประดับด้วยกระจกเคลือบตะกั่วสี (แก้วอังวะ) ในส่วนต่างๆ
ส่วนยอดสุดประดับฉัตรฉลุโลหะปิดทอง

อารามรมเยศเมิ้น มังราย
นาม กู่คำ หลวงหลาย เช่นท้าว
หกสิบสยบภูยาย ยังรอด งามแย่
แปลงคู่นุชน้องน้าว นาฏโอ้โรทา

ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ กล่าวว่า
“…เจ้ามังรายจึงหื้อไปเอาดินหนองต่างมาก่อเจดีย์กู่คำ วันนั้น แล…”
ตำนาน มูลศาสนา ได้กล่าวเรื่องราวเกี่ยวกับเจดีย์กู่คำไว้ตอนหนึ่งในเรื่องพญามังรายเสด็จไป
ประทับที่เวียงกุมกาม ว่า “…ถัดนั้น พญามังรายออกมาตั้งอยู่กุมกาม แปงบ้านซู่ ๓ แห่ง
แห่ง ๑ ว่าบ้านคง
แห่ง ๑ ว่าบ้านคง
แห่ง ๑ ว่าบ้านลุ่ม
แห่ง ๑ ว่าบ้านแหม
นั้นค็อยู่เสวิยสัมปัตติ ค็ยินดีในสาสนาพระพุทธะเจ้าจักใคร่กะทำบุญอันใหย่เปนต้นว่าส้างเจดีย์นั้น
จิ่งหื้ออมาตย์ทั้งหลายหาหินมาแล้ว หื้อก่อเปน ๔ เลี่ยม แลด้านหื้อมีรูปพระเจ้า ๑๔ ตนแล้ว
หื้อใส่คำแต่ยอดลงมาดูงามนัก กับทังอัฐบริขารแก่สังฆะเจ้าวันนั้นแล…”

พิจารณาจากหลักฐาน เอกสารที่ยกมาข้างต้น
จะเห็นว่าในเรื่องอายุสมัยของการสร้างกู่คำ (เจดีย์เหลี่ยม) นั้น
หลักฐานเอกสารทุกฉบับรับรองต้องกันว่าสร้างขึ้นในรัชสมัยพญามังรายก่อนการ
สร้างเมืองเชียงใหม่

วัดเจดีย์เหลี่ยม (กู่คำ) ตั้งอยู่ในท้องที่หมู่ ๑ ตำบลท่าวังตาล อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่
ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่มาทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ระยะทางประมาณ ๕ กิโลเมตร
การเดินทางเข้าถึงโดยเส้นทางถนนสายเกาะกลาง – หนองหอย
มีแนวเลียบบนฝั่งตะวันออกของแม่น้ำปิง ตั้งอยู่นอกเขตเมืองโบราณเวียงกุมกาม
ปรากฏในแผนที่ภูมิประเทศจากภาพถ่ายทางอากาศของกรมแผ่นที่ทหาร
มาตราส่วน ๑ : ๕๐,๐๐๐ ลำดับชุด L7๐๑๗ ระวาง ๔๗๔๖ ๑ จังหวัดเชียงใหม่
พิมพ์ครั้งที่ ๑-RTSD ที่ประมาณพิกัดกริด ๔๗ QMA ๙๙๙๗๓ หรือประมาณละติจูด ๑๘ องศา
๔๕ ลิปดา ๐๒ พิลิปดาเหนือ และลองติจูด ๙๘ องศา ๕๙ ลิปดา พิลิปดาเหนือ และลองจิจูด

วัดเจดีย์เหลี่ยม (กู่คำ) ปัจจุบันเป็นวัดที่มีพระสงฆ์จำพรรษา
และประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติ ในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๙๗ ตอนที่ ๔๑
ลงวันที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๒๓ วัดมีเนื้อที่รวม ๑ ไร่ ๘๓ ตารางวา
สภาพแวดล้อมของวัดโดยทั่วไปมีแนวสายแม่น้ำปิงอยู่ใกล้เคียงทางด้านตะวันตก
โดยรอบเป็นชุมชนบ้านเรือนอาศัยอยู่กระจัดกระจาย
มีร้านค้าย่อยและสถานประกอบการธุรกิจ/บริการไม่หนาแน่น
โดยเฉพาะตามเส้นทางแนวถนนสายเกาะกลาง – หนองหอย ที่ผ่านวัดทางทิศเหนือและตะวันตก
ทิศตะวันออกและทิศใต้เป็นเขตบ้านเรือนและสวนลำไยของเอกชน
ผังรูปแบบการก่อสร้างวัดเจดีย์เหลี่ยม (กู่คำ) วัดสร้างหันหน้าไปทางทิศตะวันออก
ขอบเขตวัดเจดีย์เหลี่ยม แวดล้อมด้วยกำแพงวัดทั้ง ๔ ด้าน
มีทางเข้า/ออกหลักทางด้านหน้าและด้านหลังของวัด ตำแหน่งที่ตั้งวัด เจดีย์เหลี่ยม (กู่คำ)
ปัจจุบันอยู่ในบริเวณพื้นที่ตะวันตกเฉียงเหนือของเวียงกุมกาม วัดที่ตั้งอยู่ใกล้เคียง
คือ วัดพญามังราย – พระเจ้าองค์ดำ (ร้าง) และ วัดธาตุขาว (ร้าง) ทางตะวันออกเฉียงใต้

วัดเจดีย์เหลี่ยม (กู่คำหลวง) เชียงใหม่

วัดเจดีย์เหลี่ยม (กู่คำหลวง) เชียงใหม่

วัดเจดีย์เหลี่ยม (กู่คำหลวง) เชียงใหม่

วัดเจดีย์เหลี่ยม (กู่คำหลวง) เชียงใหม่

วัดเจดีย์เหลี่ยม (กู่คำหลวง) เชียงใหม่

วัดเจดีย์เหลี่ยม (กู่คำหลวง) เชียงใหม่

วัดเจดีย์เหลี่ยม (กู่คำหลวง) เชียงใหม่

วัดเจดีย์เหลี่ยม (กู่คำหลวง) เชียงใหม่

วัดเจดีย์เหลี่ยม (กู่คำหลวง) เชียงใหม่

วัดเจดีย์เหลี่ยม (กู่คำหลวง) เชียงใหม่

วัดเจดีย์เหลี่ยม (กู่คำหลวง) เชียงใหม่

วัดเจดีย์เหลี่ยม (กู่คำหลวง) เชียงใหม่

วัดเจดีย์เหลี่ยม (กู่คำหลวง) เชียงใหม่

วัดเจดีย์เหลี่ยม (กู่คำหลวง) เชียงใหม่

วัดเจดีย์เหลี่ยม (กู่คำหลวง) เชียงใหม่

วัดเจดีย์เหลี่ยม (กู่คำหลวง) เชียงใหม่

 

วัดเจดีย์เหลี่ยม (กู่คำหลวง) เชียงใหม่

วัดเจดีย์เหลี่ยม (กู่คำหลวง) เชียงใหม่

วัดเจดีย์เหลี่ยม (กู่คำหลวง) เชียงใหม่

วัดเจดีย์เหลี่ยม (กู่คำหลวง) เชียงใหม่

วัดเจดีย์เหลี่ยม (กู่คำหลวง) เชียงใหม่

วัดเจดีย์เหลี่ยม (กู่คำหลวง) เชียงใหม่

วัดเจดีย์เหลี่ยม (กู่คำหลวง) เชียงใหม่

วัดเจดีย์เหลี่ยม (กู่คำหลวง) เชียงใหม่

วัดเจดีย์เหลี่ยม (กู่คำหลวง) เชียงใหม่

วัดเจดีย์เหลี่ยม (กู่คำหลวง) เชียงใหม่

วัดเจดีย์เหลี่ยม (กู่คำหลวง) เชียงใหม่

วัดเจดีย์เหลี่ยม (กู่คำหลวง) เชียงใหม่

วัดเจดีย์เหลี่ยม (กู่คำหลวง) เชียงใหม่

วัดเจดีย์เหลี่ยม (กู่คำหลวง) เชียงใหม่

วัดเจดีย์เหลี่ยม (กู่คำหลวง) เชียงใหม่

วัดเจดีย์เหลี่ยม (กู่คำหลวง) เชียงใหม่

 

วัดเจดีย์เหลี่ยม (กู่คำหลวง) เชียงใหม่

วัดเจดีย์เหลี่ยม (กู่คำหลวง) เชียงใหม่

วัดเจดีย์เหลี่ยม (กู่คำหลวง) เชียงใหม่

วัดเจดีย์เหลี่ยม (กู่คำหลวง) เชียงใหม่

วัดเจดีย์เหลี่ยม (กู่คำหลวง) เชียงใหม่

วัดเจดีย์เหลี่ยม (กู่คำหลวง) เชียงใหม่

วัดเจดีย์เหลี่ยม (กู่คำหลวง) เชียงใหม่

วัดเจดีย์เหลี่ยม (กู่คำหลวง) เชียงใหม่

วัดเจดีย์เหลี่ยม (กู่คำหลวง) เชียงใหม่

วัดเจดีย์เหลี่ยม (กู่คำหลวง) เชียงใหม่

วัดเจดีย์เหลี่ยม (กู่คำหลวง) เชียงใหม่

วัดเจดีย์เหลี่ยม (กู่คำหลวง) เชียงใหม่

วัดเจดีย์เหลี่ยม (กู่คำหลวง) เชียงใหม่

วัดเจดีย์เหลี่ยม (กู่คำหลวง) เชียงใหม่

วัดเจดีย์เหลี่ยม (กู่คำหลวง) เชียงใหม่

วัดเจดีย์เหลี่ยม (กู่คำหลวง) เชียงใหม่

วัดเจดีย์เหลี่ยม (กู่คำหลวง) เชียงใหม่

วัดเจดีย์เหลี่ยม (กู่คำหลวง) เชียงใหม่